เอ๋ มิรา ขอสู้คดีจนถึงที่สุด ถ้าแพ้คดีคงต้องยอมติดคุก

เอ๋ มิรา ขอปกป้องศักดิ์ศรี สู้คดี ครูไพบูลย์ แสงเดือน ให้ถึงที่สุด ไม่ต้องการแล้วคำขอโทษ พูดเป็นพันครั้งก็ไม่หายเจ็บ ลั่นยอมติดคุกถ้าแพ้คดี คงไม่มีเงิน 1 ล้านมาจ่าย

จากกรณี ครูไพบูลย์ แสงเดือน ฟ้องหมิ่นประมาทอดีตภรรยา เอ๋ มิรา โดยให้เหตุผลว่า เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของครอบครัว และอยากให้หยุดเอารูปลูกชาย น้องสายแนน มาสร้างกระแสดราม่านั้น ด้านเอ๋ก็เตรียมฟ้องกลับในคดีพรากผู้เยาว์เช่นกัน พร้อมขอโทษลูกที่เลือกผู้ชายมาเป็นพ่อผิด

ล่าสุด (27 กันยายน 2564) เอ๋ มิรา ให้สัมภาษณ์กับ ไนน์เอ็นเตอร์เทน เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า ตอนแรกที่เห็นหมายศาลก็รู้สึกตกใจ ไม่คิดว่าฝ่ายนั้นจะมาฟ้อง ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร เพราะสิ่งที่เอ๋ทำคือการเรียกศักดิ์ศรีของตัวเองกลับมา ตนไม่ได้มีชู้อย่างที่เคยถูกกล่าวหา

ก่อนไปออกรายการในวันนั้นก็มีการพูดคุยกับทางทนายความแล้ว สิ่งที่พูดออกไปไม่ได้บิดเบือนความจริงหรือใส่ร้ายเขา รู้สึกว่าการโดนฟ้องเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท มันมากเกินไป จากที่คุยกันตอนไปรับลูกมาเที่ยว ฝ่ายชายดูไม่ได้รู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น และยังพูดเหมือนเอ๋ไประรานเขาด้วยซ้ำ

เมื่อถูกถามว่าทำไมถึงหยิบเอาเรื่องนี้มาฟ้องอีกครั้ง เอ๋ มิรา ตอบว่า มันมีหลายประเด็น และหลายเหตุการณ์ที่เอ๋จะฟ้อง แต่ตอนแรกไม่ได้คิดจะฟ้อง พอเขามาฟ้อง เอ๋ก็เลยคิดว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุดแล้วสำหรับสังคม และอยากให้เป็นตัวอย่างด้วย ก็เลยเลือกที่จะฟ้องคดีนี้

เรื่องการพรากเด็ก เอ๋ไม่เคยคิดอยากจะฟ้องเรื่องนี้ เพราะคิดว่าอย่างน้อยฝ่ายชายก็เป็นพ่อของลูก คิดถึงลูกก่อน ก็เลยไม่คิดที่จะฟ้อง ไม่ได้อยากมีเรื่องอะไร ที่ฝ่ายชายบอกว่าฟ้องเรื่องนี้เพราะอยากรักษาเกียรติ เอ๋มองว่าคนเรามีเกียรติและมีศักดิ์ศรีทุกคน ตัวเธอก็มีศักดิ์ศรีเช่นกัน และจะสู้ให้ถึงที่สุด

เอ๋ มิรา กล่าวว่า เรื่องที่เธอฟ้อง ไม่ได้จะเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน เธอแค่อยากปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่ต้องการคำขอโทษแล้ว เพราะขอโทษเป็นพันครั้งก็ไม่หายเจ็บ ส่วนเรื่องลูก ตอนนี้ลูกอยู่กับเธอ อยากให้ฝ่ายชายคิดถึงลูกให้มาก ๆ ไม่อยากให้ลูกต้องมาเลือกว่าจะอยู่กับใคร สำหรับเงิน 1 ล้านบาท ถ้าแพ้คดีจริง ๆ เธอคงไม่มีให้ ก็คงต้องยอมติดคุก

Back to top button