แบงค์-ไอซ์ เปิดความลับ ตั้งใจท้องก่อนจัดงานแต่ง

แบงค์-ไอซ์ เปิดความลับ ตั้งใจท้องก่อนจัดงานแต่ง

เรียกว่าออกมาเผยหมดเปลือกเลยทีเดียว สำหรับ ไอซ์ ณพัชรินทร์ และ แบงค์ อธิกิตติ์ ที่ได้ออกมาเปิดใจในรายการ Club Friday Showหลังที่ต้องสูญเสีย พ่อค่อม ทำให้ได้ตัวเองทั้งคู่เรียนรู้บทเรียนของชีวิตมากมายโดยเฉพาะเราของความรักที่ พ่อค่อม ได้ทำไว้ให้เห็นเป็นแบบอย่าง พร้อมกับเล่าย้อนเส้นทางที่ทำให้ทั้งคู่ได้มารักและเจอกัน พร้อมกับความลับว่าตั้งใจวางแผนด้วยกันหลังจากที่ขอไอซ์แต่งงาน ว่าอยากจะมีลูกด้วยกันเลย ทำให้ลูกสาวตัวน้อยมาก่อนวันที่จะจัดงานแต่ง

ถาม เจอกันครั้งแรกเป็นยังไงบ้าง

แบงค์ : ทำไมผู้หญิงคนนี้แบบถึงเนื้อถึงตัวจัง เพราะเขามาจับขาเรา เราก็คิดว่ายังไง พอมารู้ตอนหลังก็คือเขามีเพื่อนผู้ชายเยอะ เราเจอเขาวันแรก เรารู้สึกว่าเราสบายใจมากเลย อย่างเราเจอผู้หญิงวันแรกคือเราต้องเกร็งๆ นั่งเครียดๆ กินข้าวก็ต้องระมัดระวังกลัวเขาจะหาว่าเรามูมมามหรืออะไรอย่างนี้ แต่พอเราเจอเขามันไม่มีความรู้สึกตรงนั้นเลยครับ เพราะว่าเหมือนเราได้เจอเพื่อนมันสบายๆ

ไอซ์ : คือมันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีก็ได้นะคะ เพราะว่าเราจะเป็นคนมือไม้ถึง นิสัยเราชอบเป็นคนแบบนั้น แล้วพอเราไปเจอเขาหรือเจอใคร เราอยากที่จะให้เขาสบายใจ แล้วคือที่โต๊ะวันนั้นก็มีแต่เพื่อนเรา แล้วเราก็ไม่อยากให้บทสนทนาบนโต๊ะนั้นมีแค่แบบเธอฉัน เธอฉัน เราก็เลยสร้างความสนิทสนมให้กับเขา ก็จับโน่นนี่หน่อยให้เขาไม่รู้สึกว่าแบบไม่ต้องเกร็ง ให้เขารู้สึกว่าไม่ได้มาเจอสาวๆ นะ ให้เขารู้สึกว่าเขามาเจอเพื่อนๆ แต่พอหลังจากทานข้าววันนั้น เขาก็หายไปเลยนะคะ

แบงค์ : เพราะว่าเราตกใจอยู่ครับ ตกใจกับการจับขาของเขาอยู่

ถาม ตอบไม่ต้องเขินเลยนะ ไอซ์ชอบเขาเลยไหม

ไอซ์ : ถ้าพูดชอบ มันชอบอยู่แล้วค่ะ แต่ถ้าถามว่าเราจะต้องแบบอยากเจอเขาอีกไหม หนูยังไม่ถึงขนาดนั้น เราก็รอ เขาหายไปไหน

แบงค์ : ในส่วนของผมถ้าพูดตรงๆ ผมรู้สึกตกใจนิดนึง ถ้าเล่าย้อนกลับไปเราเคยมีความสัมพันธ์ มีแฟนมีอะไรมาก็ไม่เคยเจอผู้หญิงที่คาแรกเตอร์แบบนี้ เราก็รู้สึกว่าหรือว่าเราจะชอบแบบนี้ เพราะว่าตอนแรกๆ ผมรู้สึกตกใจแต่พอเวลาผ่านไป เรามานั่งคิดว่าเอ๊ะ หรือสรุปเราจะชอบผู้หญิงที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไม่ได้ชอบผู้หญิงที่จะต้องมาคอยมุ้งมิ้ง ประดิษฐ์อะไรกันมาก เพราะว่าก่อนหน้านี้เราคบกับใคร เราต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ศึกษากันครับ แล้วมันก็กว่าจะถึงจุดที่เรียกว่าอยู่ด้วยแล้วสบายใจมันใช้เวลา แต่นี่มันกลับกันว่าเราอยู่กับเขาแค่แป๊บเดียวทำไมเราสบายใจเลย เพราะในช่วงที่เราหายไปหนึ่งวัน เราก็ไปนั่งคิดว่าสุดท้ายแล้วที่เราอยากคบกับใคร เราต้องการแค่ความสบายใจ แต่มันก็ยังรู้สึกแปลกๆ ในใจนะครับ แต่สุดท้ายผมก็ตัดสินใจโทรหาเขาครับ ก็เลยแบบโทรคุยต่อ ไลน์คุยต่อ

ไอซ์ : ตอนนั้นเราก็รู้สึกว่างั้นแสดงว่าเราโอเค ถ้าเป็นภาษาชาวบ้านก็ฉันคิดว่าฉันก็ผ่านนะ

ถาม หลังจากที่คบกันแล้ว เห็นว่าไอซ์เป็นคนที่ดุมากจริงไหม

ไอซ์ : เราเป็นคนที่ค่อนข้างดุ

แบงค์ : ไม่ค่อนข้างดุเลยครับ เขาเป็นคนที่ดุมาก ขนาดที่เราอยู่เฉยๆ ยังโดนเลยครับ

ไอซ์ : ไม่งั้นจะเอาอยู่เหรอคะ (หัวเราะ) มีอยู่ครั้งหนึ่งเหมือนเรากำลังคุยกับเขาที่มันซีเรียส เหมือนว่าเราต้องการที่จะรู้คำตอบเลย แล้วเขาไม่ตอบเราไม่สนใจเรา แล้วพอเราหันไปเห็นเขานั่งเล่นเกมส์ใน iPad อยู่แล้วเราก็หยิบ iPad มาเขวี้ยงใส่เขาเลยตอนนั้น ซึ่ง ณ ตอนนั้นเราก็ไม่รู้ตัวว่าเราเป็นอะไรอยู่ เราก็ยังไม่รู้ตัวเอง ยังไม่แน่ใจเลย

แบงค์ : เพราะผมไม่สนใจเขาเท่านั้นเองครับ เขาก็เขวี้ยง iPad ผมทิ้งไป แล้วเขาก็เอาเท้ามาถีบผมตกเตียงไปเลย

ไอซ์ : แต่จังหวะที่เรา (ขอโทษนะคะ) ถีบเขา เราก็ร่วงไปข้างเตียงเหมือนกัน เพราะตอนนั้นที่ถีบเขา มันแรงมาก แรงมาจากไหนไม่รู้ กระเด็นไปทั้งคู่เลย แล้วพอคุณแม่เปิดประตูเข้ามา เราก็ตะโกนบอกว่า อย่ายุ่งๆ บอกอย่ายุ่งกับหนู แล้วเราก็อัดแบงค์ต่อ แล้วแบงค์เขาก็วิ่งไปห้องคุณพ่อเลยค่ะ เขาก็เคาะห้องคุณพ่อบอกพ่อช่วยผมด้วยๆ พอพ่อเปิดประตูออกมาเขาก็บอกว่าเข้ามาก่อนๆ ไอ้หนู ซึ่งคืนนั้นแบงค์เขาก็นอนห้องคุณพ่อไปเลยค่ะ เพราะคุณพ่อบอกว่าให้นอนที่ห้องก่อนจะได้ปลอดภัย (หัวเราะ) ต้องบอกว่าช่วงนั้นไม่รู้ตัวเองจริงๆ ว่าเป็นอะไร ถ้าถามว่าย้อนกลับกลับเรายังจำไม่ได้เลยจริงๆ ค่ะ ซึ่งเราก็ไม่ได้เป็นแบบนี้บ่อยๆ นะคะ

แบงค์​ : พอหลังจากคืนนั้น พ่อก็จับมือเราแล้วก็พาเราออกมาคุยนอกบ้านว่าหนู เดี๋ยวหนูกลับไปอยู่คอนโดก่อนนะลูก เดี๋ยวถ้าเขาอารมณ์ดีแล้วค่อยกลับมาใหม่

ถาม สรุปสุดท้ายเรื่องนี้จบยังไง

ไอซ์ : ใช้เวลาค่ะ เพราะเราจะเป็นคนไม่ต้องง้อ ถ้าเราโกรธ เรางอน ไม่ต้องง้อ เพราะยิ่งง้อเราจะยิ่งขึ้น แยกกันอยู่เลย เวลาที่เรารู้สึกว่าเราไม่โอเคแล้วเราก็จะบอกเขาว่าเธอๆ ไปก่อนๆ แล้วเวลาผ่านไป เดี๋ยวเราก็จะดีขึ้น จะหายเอง แล้วก็จะทำให้เรากลับมาคุยกันเองก็ปกติเหมือนเดิม แต่พอกลับมาเราก็ขอโทษเขานะคะ

ถาม จำประโยคที่ขอแต่งงานได้ไหม ตอนนั้นพูดว่าอะไร เพราะนึกโมเมนต์ไม่ออกว่าในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังจะเป่าเค้ก แล้วแบงค์ขอไอซ์แต่งงาน

แบงค์ : ผมเอาไมค์ในร้านมาพูด แล้วก็คุกเข่า บอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดของไอซ์ แต่ขอบอกทุกคนก่อนนะครับ ว่าปีหน้าจะเป็นงานแต่งงานของเราครับ

ไอซ์ : อารมณ์หูดับเป็นยังไงเรารู้ ณ เวลานั้นเลย เราไม่เคยคิดว่ามันจะเป็นโมเมนต์นี้ แล้วเราก็รู้สึกว่ามันเร็วมากด้วย แล้วไม่มีการคุยกันก่อน

แบงค์ : ที่เราขอเขาวันนั้น เพราะเราก็รู้สึกว่ามันจะไม่มีช่องทางไหนที่เขาจะปฏิเสธเราได้แล้วครับ เพราะเราใช้สังคมกดดันมาก ถ้าเธอจะตอบว่าไม่ในที่ที่คนเยอะขนาดนี้เนี่ยไม่ได้นะ แต่เราก็ไม่ได้ขอแล้วแต่งเลยนะครับ วันที่ขอแต่งงานเสร็จ เราก็ตั้งใจว่าอีก 1 ปีเราถึงจะจัดงานแต่งงาน เหมือนเราก็จะให้ช่วงเวลามันได้ผ่านไปเพิ่มขึ้นด้วย ถือซะว่าเป็นการจองเอาไว้ก่อนแล้วกัน

ถาม แต่ในระหว่างทาง ก็ต้องพูดกันตามความจริงตามข่าวคือเราท้อง

ไอซ์ : ใช่ค่ะ แต่เป็นการท้องที่เกิดจากความตั้งใจ

แบงค์ : เราเคยคุยกันว่า เธอ หลังจากที่เราแต่งงาน เราอยากมีลูกเลย เพราะว่าตัวเราอายุ 29 ปีแล้ว ณ ตอนนั้นนะครับ แล้วก็มีความรู้สึกว่าผู้หญิงก็อยากมีลูกก่อนอายุ 30 ปี ในความเชื่อของคนสมัยก่อนนะครับ ที่อยากจะมีลูก แล้วด้วยความที่เขาเป็นคนมีลูกยากด้วย เขาเพิ่งผ่าตัดที่ปีกมดลูกไป เพราะเป็นซีสต์ที่ปีกมดลูกทั้งซ้ายและขวาเลย เราก็เลยวางแผนกัน คิดว่ามันจะยาก เราก็ลองปล่อยไปเรื่อยๆ จนถึงวันที่เราจะแต่งงานจริงๆ ดูไหม ถ้าเกิดมันถึงตอนนั้นมันก็ยังไม่ติด เราก็ค่อยมาหาวิธีการทำกัน แต่ด้วยความแข็งแรงของผมนั้น (หัวเราะ) แต่เราก็ใช้เวลาหลายเดือนอยู่ครับประมาณ 8-9 เดือน ในที่สุดก็ท้องครับ

ถาม แล้วในช่วงเวลาที่เรารู้ว่าท้องตอนนั้น ข่าวเรื่องการแต่งงานของเราออกไปหรือยัง

ไอซ์ : ออกไปแล้วค่ะ เพราะว่าเราขอนานแล้ว

แบงค์ : แล้ววันแต่งงาน เราก็มีน้องแล้ว

ถาม แล้วน้าค่อมว่ายังไง

แบงค์ : (หัวเราะ) เหมือนเดิมเหตุการณ์วนกลับมาลูปเดิมครับ ทุกคนในบ้านจะรู้หมดว่าไอซ์ท้องแล้วนะ คุณแม่รู้ น้องในบ้านรู้ ทุกคนรู้ มีคุณพ่อไม่รู้อยู่คนเดียว แล้วทุกคนก็ไม่มีใครกล้าไปบอก ไม่มีใครกล้าไปพูด ทุกคนเกี่ยงกัน ไอซ์ก็เกี่ยงกับเรา ไอซ์ก็ขอให้คุณแม่ไปบอกให้หน่อยได้ไหม เพราะตอนนั้นเราไม่รู้ใจของคุณพ่อเลย ทำให้เรากลัว เพราะเราไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ด้วยความที่ไอซ์เป็นลูกสาวคนเดียวด้วย สุดท้ายก็เลยเป็นผมเอง เดี๋ยวผมไปบอกเอง ผมก็เดินไปบอกแบบตรงๆเลยแบบลูกผู้ชายคุยกันเลยว่า พ่อครับ ไอซ์ท้องแล้วนะครับ สรุปคำตอบที่ผมประทับใจมากจนถึงทุกวันนี้เลย พ่อเขาตบไหล่ผมแล้วพูดว่า เก่งมาก ไอ้หนู

ถาม วันแต่งงานเป็นอีกวันหนึ่งที่ต้องอยู่ในความทรงจำของทั้งสองคนอยู่แล้ว และรวมไปถึงคุณพ่อคุณแม่ด้วย จำประโยคที่คุณพ่อให้คำอวยพรในวันนั้น หรือสิ่งที่คุณพ่อพูดได้ไหม

แบงค์ : จำได้ครับและจำได้แบบดีมากๆ เพราะว่าเป็นคำพูดของคนๆ เดียวที่สามารถทำให้เรายิ้มไปด้วยและร้องไห้ไปด้วยได้ คุณพ่อเขาพูดว่ารักลูกสาวฉันนานๆ นะ จำพ่อไว้นะลูก ลูกพ่อไม่ใช่รถ ขับเสร็จแล้วเบื่อมาคืนเต็นท์ไม่เอานะ มันไม่มีอะไหล่ลูก เดี๋ยวนี้บ้านเมืองเราเจริญแล้ว พ่อรักเอ็งมากนี่คือชีวิตของพ่อเท่านี้ ทั้งรอยยิ้มและน้ำตามันมาในประโยคเดียวเลยคือแบบสุดยอดแล้ว (ไอซ์ ร้องไห้)

ถาม แต่เราก็มาถึงเรื่องที่เราไม่อยากให้มีครอบครัวไหนได้เจอหรือต้องเกิดขึ้นเมื่อทราบข่าวว่า น้าค่อมติดโควิด

แบงค์​ : เขาจะพูดตลอดคือด้วยความที่หลายๆ คนที่รู้จักแก จะรู้ว่าพ่อเป็นคนที่ไม่เล่นโทรศัพท์มือถือ เป็นคนไม่เล่นโซเชียล ไม่เล่นอะไรครับ ก็เหมือนกับช่วงนั้นก็อยู่โรงพยาบาลนานแล้วประมาณ 10 กว่าวันแล้ว ถ้าเราเป็นคนทั่วไป เราก็เหมือนเริ่มจะงอแงแล้วว่าแบบไม่มีอะไรทำ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี เริ่มแบบว่าไม่อยากที่จะรักษาแล้วอะไรอย่างนี้ เพราะว่าเขารู้สึกรำคาญกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่มันเยอะแยะมากมาย

ไอซ์ : วันที่เข้าโรงพยาบาลที่สอง หนูได้คุยกับพ่อครั้งสุดท้าย ถามว่าเป็นอย่างไร เขาก็บอกว่าพ่อไม่ไหวแล้ว พ่อไม่ไหวแล้ว พ่อไม่อยากทนแล้ว (ร้องไห้) พ่อไม่ไหวจริงๆ แล้ว ตอนที่เราได้ยินพ่อพูดแบบนั้น คือวิ่งไปเข้าห้องน้ำร้องไห้ แล้วก็วิ่งกลับมาให้กำลังใจคุณพ่อบอกว่าไม่ได้ แม่รอพ่ออยู่ข้างบน เพราะแม่ก็ติดโควิดเหมือนกัน ณ ตอนนั้น คุณแม่ก็อยู่โรงพยาบาลเดียวกับคุณพ่อ เราก็บอกว่าไม่ได้ แม่อุตส่าห์มาหาพ่อจนถึงที่นี่ เพื่อที่จะออกไปพร้อมพ่อ พ่อจะยอมแพ้ไม่ได้ทุกคนสู้ไปพร้อมพ่อหมดเลย เราก็พยายามบอกว่าพ่อรู้หรือเปล่าว่าคนทั้งประเทศให้กำลังใจพ่อเยอะมากเลยนะพ่อ ถ้าพ่อออกมาแล้วพ่อมาดู พ่อจะดีใจมากเลย ซึ่งทุกครั้งที่เราอ่อนแอ หรืออยากร้องไห้ ห้องน้ำกับในครัวคือที่อ่อนแอของเรา เพราะว่าเราไม่อยากให้ลูกกับแบงค์เห็น แบงค์จะพูดกับเราตลอดว่าอย่าร้อง ต้องเข้มแข็ง ถ้าเราร้องคนหนึ่ง คนในบ้านใจจะเสีย

แบงค์ : เพราะ ณ ตอนนั้น ผมอาจจะดูใจร้ายนะ เหมือนกับบอกแฟนว่าเธอห้ามร้องไห้นะ อย่างน้อยคือร้องไห้ได้แหละ แต่ว่าก็ถ้าพยายามได้จริงๆ ไม่อยากให้ร้อง ณ จุดตอนนั้นมันเหลือเรากันอยู่สองคนที่ทำอะไรได้ครับ เพราะว่าน้องชายเขาก็ต้องไปกักตัว เพราะทุกคนในบ้านตอนนั้นคือติดโควิดหมดเลย

ไอซ์ : ไม่มีใครได้มาใช้ชีวิตแบบปกติเท่าเราสองคน ก็พยายามไม่ร้อง

ถาม มีอะไรอยากจะบอกกับคนทั้งประเทศที่รักน้าค่อมเหมือนเป็นคนหนึ่งในครอบครัวเช่นกัน

ไอซ์ : ไอซ์ต้องขอบคุณจริงๆ นะคะ ทุกคนที่รักคุณพ่อ วันที่เราเจอปัญหาเหมือนเขาเจอด้วย เขาทำบุญให้พ่อ เขาสวดมนต์ให้พ่อ ส่งวิธีช่วยเหลือคุณพ่อมาให้เราทุกช่องทางเลยค่ะ ขอบคุณที่ทำให้ครอบครัวของพวกเราไม่รู้สึกว่าโดดเดี่ยว ขอบคุณที่ทุกคนพร้อมที่จะโอบกอดพวกเราไปพร้อมๆ กัน แล้วหลังจากที่คุณพ่อเสีย ทุกคนก็พูดเหมือนกันว่าเขาก็จะรักครอบครัวน้าค่อม เหมือนที่เขารักน้าค่อม ไอซ์ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ นะคะ

แบงค์ : แล้วก็ขอบคุณพี่ๆ พยาบาลแล้วก็คุณหมอ ที่ตอนนี้สู้กันอย่างหนักหน่วง แล้วก็ขอบคุณพี่ๆ พยาบาลแล้วก็คุณหมอที่ดูแลคุณพ่อในช่วงเวลาที่ผ่านมาด้วยนะครับ ไหนๆ มีโอกาสพูดแล้วก็ขอบคุณที่สู้กันมา เหนื่อยกันมาตลอดทั้งคืน ไม่ว่าจะเป็นการรักษาหรืออะไรก็แล้วแต่ถึงแม้ปลายทางจะเป็นแบบนี้ แต่ว่าก็ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมานะครับ

ถาม แบงค์ ได้เรียนรู้อะไรจากชีวิตของคุณพ่อ ในการใช้ชีวิตคู่ของตัวเอง

แบงค์ : คุณแม่กับคุณพ่อของไอซ์เนี่ยเหมือนคู่เรามาก คาแรกเตอร์ของไอซ์จะเหมือนแม่มาก มันทำให้เราเรียนรู้จากเขาได้เลยครับว่าสุดท้ายแล้วชีวิตคู่ ถึงแม้ว่ามันจะมีเรื่องอะไรที่เราต้องทะเลาะกัน ไม่ชอบกันของอีกฝ่ายหนึ่ง แต่สุดท้ายถ้าอะไรที่มันอยู่ด้วยกันแล้วมันมีความสุขมากกว่าเนี่ย อย่างไรมันก็คุ้มค่ากว่าที่จะอยู่ด้วยกัน เรามองข้ามไอ้จุดแบบเหมือนทุกคนมันจะต้องมีเรื่องทะเลาะกันอยู่แล้ว มีเรื่องที่ไม่ดีอยู่แล้ว เรามองข้ามไปได้ช่วงความสุขตรงนั้น เราเหมือนยิ่งได้เก็บเกี่ยวมากขึ้น

ถาม แล้วยิ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ คนไทยทั้งประเทศได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กันกับเรื่องของคุณพ่อที่เกิดขึ้น มันทำให้เรารู้ว่าเราต้องรักกันให้มากขึ้น เพราะไม่รู้ว่าวันหนึ่งอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตเราบ้างเนอะ

แบงค์ : ผมพูดกับไอซ์ประโยคหนึ่ง หลังจากที่เราสูญเสียคุณพ่อไปแล้วนะครับว่าเธอ ต่อไปนี้เราอาจจะต้องทำดีๆ ต่อกันไว้ในทุกๆ วันเนอะ พูดดีๆ ต่อกันไว้ตลอด เพราะเราไม่รู้ว่าประโยคที่ฉันพูดวันนี้ หรือประโยคที่เธอพูดวันนี้ มันอาจจะเป็นประโยคสุดท้ายที่เราได้คุยกันหรือเปล่า เราไม่รู้ว่าชีวิตคนเรามันจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน

ถาม มีอะไรที่อยากบอกกันและกันบ้าง จากการที่ดูแลคนรอบตัวหมดเลย

ไอซ์ : สำหรับไอซ์ก็อยากจะขอบคุณแบงค์ทุกเรื่องเลยค่ะ (ร้องไห้) ถ้าไม่มีแบงค์ ไอซ์และครอบครัวจะไม่มีหลักเลยก็ได้ ขอพูดเฉพาะเรื่องคุณพ่อนะคะ บ้านเราก็มีแต่ผู้หญิง น้องก็เด็กค่ะ วันหนึ่งมันเจอปัญหาที่หนักขนาดนี้ ไอซ์พูดตรงๆ ว่าไอซ์ ยืนไม่ได้แน่เลยค่ะ เพราะเขาคือคนที่คอยบอกน้อง บอกเราว่าคุยกับแม่เราว่าใจเย็นๆ นะ มีสตินะ เชียร์อัพเพิ่มพลังบวกให้กับทุกคนในบ้าน เรามีเขาคนเดียวจริงๆ ก็ขอบคุณแบงค์มากๆ เลยที่เพิ่มพลังบวกให้ ไม่ใช่แค่เรา ให้ทุกคนในบ้านเรา แบงค์ รักครอบครัวเราเหมือนครอบครัวแบงค์เอง แล้วตั้งแต่วันที่แบงค์ก้าวเข้ามาในครอบครัวเรา แบงค์ไม่เคยทิ้งพวกเราให้เคว้งเลย ขอบคุณจริงๆ

แบงค์ : จริงๆ ต้องบอกว่าขอบคุณที่เขาเข้ามาเป็นความสุขของชีวิตผมที่ผ่านมา ขาไม่ได้เป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบออกมาจากเทพนิยาย หรือว่าเป็นแม่ศรีเรือน แต่เชื่อไหมครับว่าผู้หญิงคนนี้ทำให้ผมมีความสุขได้ในทุกๆวั น ถึงแม้ว่าเราจะผ่านเรื่องราวแย่ๆ ร้ายๆ กันมา ความสุขที่เขามีให้มันทดแทนมันชดเชยกันได้หมดจนแบบผมรู้สึกว่าอยากขอบคุณเขาที่เป็นความสุขของผมครับ

Back to top button